จากประธานกรรมการ

ในปี 2559 บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด(มหาชน) (“บริษัท”) ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ “เป็นมากกว่าสิ่งพิมพ์” จากการเติบโตของทั้งรายได้ธึรกิจ ใหม่ในการขยายตลาดสู่ฐานลูกค้าใหม่ไปยังตลาดต่างประเทศเพื่อนบ้าน และขยายรายได้หลักที่มี อยู่ในธุรกิจสิ่งพิมพ์ให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น บนปรัชญาพัฒนาการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้การกำกับดูแลกิจการอย่างโปร่งใส ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น มีมาตรฐานด้านจริยธรรม และมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

การขยายธุรกิจรุดหน้าอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมและธุรกิจสิ่งพิมพ์จะเติบโตแบบชะลอตัวในปีที่ผ่านมา แต่ธุรกิจของบริษัทยังคงดำเนินไปตามแผนธุรกิจที่ตั้งไว้

บริษัทได้ขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศด้วยนวัตกรรมป้องกันการปลอมแปลงที่เป็นจุดแข็งของบริษัท รวมถึงนวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) สมัยใหม่ในการสร้างคุณค่าเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า อีกทั้งการเพิ่มศักยภาพบริการด้านอื่นที่เกี่ยวเนื่องกันอย่างครบวงจรแบบ Total Solutions อีกด้วย

นอกจากนี้บริษัทย่อยได้ร่วมทุนกับ WE’LL Corporation ในบริษัทร่วมค้าในนาม บริษัท ที.เค.เอส.-เวลโก (ประเทศไทย) จำกัดโดยมีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจฉลากตราสินค้าและฉลากทั่วไป ซึ่งเป็นชนิดใหม่ที่ยังไม่มีผู้ผลิตรายใดผลิตได้ในประเทศไทยด้วยนวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายฐานต่อยอดธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และอื่นๆ ให้กว้างขึ้น

บริษัทมีความมุ่งมั่นในการขยายตลาดสู่กลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ ประเทศกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวพม่าและเวียดนามตามยุทธศาสตร์ชาติด้วยกลยุทธ์การแสวงหาพันธมิตร ทางการค้าในประเทศเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันบริษัทได้ยอดจำหน่ายไปประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กัมพูชา และพม่าเพิ่มขึ้นตามลำดับ

ผลประกอบการที่เติบโตและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง

ผลการดำเนินงานทางการเงิน ในปี 2559 บริษัทและบริษัทย่อยรายงานผลประกอบการที่เติบโตอย่างต่อ เนื่องโดยมีรายได้รวม 1,462 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 และกำไรสุทธิเป็นจำนวน 337 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 จากปี 2558 บริษัทมุ่งมั่นเพิ่ม ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทั้งรายได้ควบคู่กับเพิ่มกำไรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม บริษัทจึงมุ่งเน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน ในไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มพิจารณาการลงทุนในโครงการประหยัดพลังงาน โดยใช้แผงผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับใช้ในกระบวนการผลิต วัตถุประสงค์เพื่อลดต้นทุน โดยจะเริ่มติดตั้งอุปกรณ์ในปี 2560 ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการและขออนุมัติสิทธิประโยชน์ด้านภาษีจากกรมส่งเสริมการลงทุน ในด้านโครงสร้างทางการเงิน บริษัท มีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานมากพอ จนสามารถชำระหนี้สินระยะยาว ก่อนครบกำหนด อีกทั้งบริษัทยังมีความยืดหยุ่นในการจัดหาเงินทุน สำหรับอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของอยู่ที่ระดับต่ำ ณ สิ้นปี 2559 อยู่ที่ระดับ 0.34 เท่า ร่วมกับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทางการเงินอย่าง เหมาะสม ทำให้บริษัทยังคงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง

การบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน

ด้วยปรัชญาการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัท นำมาซึ่งแผนงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Roadmap) ของบริษัท โดยมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักจริยธรรมและการกำกับดูแลกิจการที่ดี ยึดมั่นในความเป็นองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งในการดำเนินธุรกิจและการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อมีส่วนร่วมที่ดีของสังคมและชุมชน และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มทั้งภายในและภายนอก ตามพันธกิจมุ่งเน้นการดำเนินงาน 9 ด้าน เพื่อเป็นหลักปฏิบัติในการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนดังเห็นได้จากพัฒนาการตามลำดับ โดยบริษัทฯ ได้มีความมุ่งมั่นและพยายามในการบรรลุเป้าหมาย และพัฒนาไปสู่มาตรฐานความยั่งยืน โดยบริษัทได้การรับรองจากหน่วยงานภาครัฐ ได้รับเลือกให้เป็นโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ หรือ Eco Factory จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นแห่งแรกในจังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 และได้ใบรับรองเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ระดับที่ 3 ระบบสีเขียว (Green System) เกี่ยวกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ มีการติดตามประเมินผลและทบทวนเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากกระทรวงอุตสาหกรรม ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558 ทั้งนี้ โรงงานที่เข้าเกณฑ์โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศได้นั้น จะต้องประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนรวมทั้งส่งเสริมสังคมและเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ด้วยการมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาและปรับปรุงการผลิตและบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคมทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ครอบคลุมการดำเนินงาน 14 ด้านของแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนตลอดปี พ.ศ. 2559

ความสำเร็จทั้งหลายของบริษัทและบริษัทย่อยที่ผ่านมานั้น เกิดจากการสนับสนุนของลูกค้า บริษัทคู่ค้า ส่วนราชการผู้ถือหุ้น และนักลงทุน รวมถึงความร่วมมือร่วมใจมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงานของผู้บริหารและพนักงานทุกคนอย่างเต็มที่ ในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอขอบพระคุณผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทด้วยดีเสมอมาเราจะยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยหลักบรรษัทภิบาล และสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และหวังว่าทุกท่านจะร่วมกันพัฒนาและเติบโตไปพร้อมกับบริษัทอย่างยั่งยืนต่อเนื่องในทุกๆ ปี



พลเอกมงคล อัมพรพิสิฏฐ์
ประธานกรรมการ