จากประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ในปี 2564 หลังจากที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี โดยที่ ผ่านมาได้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มอุตสาหกรรม และกระทบต่อโอกาสในการดําเนินธุรกิจของบริษัทฯ แต่ผลการดําเนินงานในช่วง ครึ่งปีหลังของปี 2564 มีการเติบโตที่ดี ประกอบกับบริษัทฯ มีการวางแผนขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น

บริษัทฯ เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อกําวสู่การเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีโซลูชั่นแบบครบวงจร และสอดคล้องกับการเดินหน้าของบริษัทฯ เพื่อเข้าสู่โลกดิจิทัลโดยในปีที่ผ่านมาบริษัทฯได้มุ่งเน้นการปรับแผนธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลโดยการพัฒนานวัตกรรมด้านระบบสารสนเทศ และได้ ปรับโครงสร้างองค์กรในกลุ่มบริษัทฯ เพื่อให้เกิดการผนึกกําลัง (Synergy) ทั้งด้านการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้านการ ลดต้นทุนการผลิตเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และรักษาฐานธุรกิจเดิมควบคู่ไปกับการหาพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่

ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา บริษัทฯจับมือเป็นพันธมิตรกับกลุ่มบริษัท สบาย เทคโนโลยี จํากัด (มหาชน) ("SABUY") เป็นการ แสดงให้เห็นถึงการปรับทิศทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯโดยมุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี (Technology-based businesses) ซึ่งจะเป็นการต่อยอดธุรกิจเดิมที่ทางกลุ่มได้ดําเนินการอยู่แล้ว การเข้าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในครั้งนี้เป็นการ ขยายช่องทางและรูปแบบในการดําเนินธุรกิจ และเพิ่มความหลากหลายด้านกลยุทธ์ของธุรกิจการให้บริการสิ่งพิมพ์และธุรกิจ บัตรพลาสติกของกลุ่มบริษัทฯ ให้มากขึ้น ซึ่งเป็นธุรกิจที่กําลังเติบโตพร้อมไปกับแนวโน้มเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ใหม่ของกลุ่มบริษัทฯ ในการเป็นส่วนหนึ่งของ Tech Ecosystem Builder

รวมไปถึงบริษัทฯ ได้ขยายการลงทุนมุ่งสู่ Tech Company มากขึ้น โดยมีวิสัยทัศน์การลงทุนในกองทุนที่มีศักยภาพ ผลตอบแทนที่ดีต่อยอดเทคโนโลยีปรับตัวเข้าสู่ Digital Transformation เพื่อเตรียมพร้อมสําหรับการเติบโตและเป็นโอกาสธุรกิจ ในอนาคต โดยเฉพาะจากสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้นทําให้โลก มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยี และก่อให้ เกิดการปรับตัว New Normal ขึ้นในสังคมไทยและทั่วโลก ดังนั้นทางรอดของธุรกิจคือ การพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสปรับตัวและ เตรียมความพร้อมที่จะนําพาองค์กรเข้าสู่เทคโนโลยีดิจิทัล

ผลประกอบการของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในงวดปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 1,7174 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.2 จากปีก่อนโดยมีปัจจัยจากการชะลอตัวของความต้องการของลูกค้ากลุ่มธนาคารและภาคการส่งออกจากผลกระทบของ สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 และการลดลงของยอดขายกลุ่มธุรกิจบัตรพลาสติกจากการที่บริษัทฯ ได้ขายกลุ่มธุรกิจ ดังกล่าวออกไปในระหว่างปี 2564

บริษัทฯ มีกําไรสุทธิประจําปี 1,198.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 967.6 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 418.7 เทียบกับปีก่อนที่มีกําไร สุทธิ 231.1 ล้านบาท เนื่องจากในช่วงไตรมาส3/2564 บริษัทฯได้ดําเนินการปรับโครงสร้างธุรกิจกลุ่มสิ่งพิมพ์และรับรู้รายการ กําไรจากการขายหุ้นสามัญของบริษัท ทีบีเอสพีจํากัด (มหาชน) และได้ปรับประเภทการลงทุนจากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม และ ส่วนแบ่งกําไรจากการลงทุนจากบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน)

แผนการดําเนินงานในปี 2565 ภาพธุรกิจของ TKS จะเปลี่ยนไปเป็น Tech Ecosystem Builder มากขึ้น และยังคงเดินหน้า ในการลงทุนเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการทําตลาดของธุรกิจผลิตฉลากและบรรจุภัณฑ์ป้องกันการปลอมแปลง (Security Label & Packaging Solutions) ให้มากขึ้น

คณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น คู่ค้า คู่ธุรกิจ ลูกค้า สถาบันการเงิน รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ผู้บริหาร และพนักงานทุกท่านที่สนับสนุนการดําเนินงานของบริษัทด้วยดีตลอดมา และขอให้เชื่อมั่นว่าบริษัทดําเนินธุรกิจโดยยึดหลัก ธรรมาภิบาล ตระหนักถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย รวมถึงมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมุ่งเสริมสร้าง ความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นําธุรกิจอย่างยั่งยืนต่อไป