กำกับดูแลกิจการ



บริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อเป็นแนวทางให้กับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ในการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ โปร่งใส และปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเท่าเทียมกัน โดยคณะกรรมการบริษัท มีความมุ่งมั่นในการบริหารงานและได้ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการ ให้การดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ตลาดหลักทรัพย์ ("คณะกรรมการ ก.ล.ต.") และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ("ตลาดหลักทรัพย์ฯ") อย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ อันเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทฯ และผู้ถือหุ้นในระยะยาว ได้สรุปสาระสำคัญด้านการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ในปี 2558 ดังนี้


หมวดที่ 1 : สิทธิของผู้ถือหุ้น

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของผู้ถือหุ้น และมีนโยบายปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ซึ่งได้กำหนดไว้ในนโยบายกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ สิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น ได้แก่ สิทธิในการซื้อ ขาย หรือโอนหุ้น สิทธิในการรับข่าวสารของกิจการที่เพียงพอ ถูกต้อง ทันเวลาและสม่ำเสมอ สิทธิในเงินปันผล สิทธิในการเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุม เพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี รวมทั้งให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบกฎเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการเข้าร่วมประชุมและข้อมูลที่เพียงพอต่อการพิจารณา รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการเสนอวาระ การเสนอชื่อกรรมการ การให้โอกาสที่ซักถามในที่ประชุมและมีสิทธิมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าร่วมประชุมแทน

บริษัทฯ กำหนดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปีภายใน 150 วัน นับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชีของบริษัทฯ และหากมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องพิจารณาวาระพิเศษ ที่อาจเป็นเรื่องที่กระทบหรือเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นซึ่งจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัทสามารถเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นได้เป็นกรณีไป ในปี 2558 ที่ผ่านมา บริษัทได้จัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2558 โดยจัดที่ ณ ห้องมงคลสุธี บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีกรรมการเข้าร่วมประชุม 6 ท่าน ขาดประชุม 2 ท่าน โดยในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น บริษัทฯ จะคำนึงถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นตามกฎหมาย ตลอดจนการใช้สิทธิและไม่ละเมิด หรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น ดังนี้

  • ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น

    บริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นในการเข้าประชุมผู้ถือหุ้น รวมถึงในกรณีดำเนินการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนสถาบันที่มีความสนใจลงทุนกับบริษัทฯ ในอนาคต

    โดยบริษัทฯ จัดทำและจัดส่งหนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีให้กับผู้ถือหุ้นทุกประเภท รวมถึงผู้ถือหุ้นสถาบัน พร้อมทั้งรายละเอียดระเบียบวาระการประชุมข้อมูลสำคัญ และจำเป็นประกอบการพิจารณาของผู้ถือหุ้น พร้อมความเห็นของคณะกรรมการรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมา รายงานประจำปี หนังสือมอบฉันทะทุกแบบประกอบด้วยแบบ ก แบบ ข และแบบ ค ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด และระบุวิธีการมอบฉันทะให้ชัดเจน พร้อมทั้งระบุสถานที่ วัน เวลา และแผนที่แสดงสถานที่ประชุม ซึ่งในหนังสือเชิญประชุมจะแจ้งรายละเอียด ของเอกสารที่ผู้ถือหุ้นจะต้องนำมาแสดงในวันประชุมเพื่อรักษาสิทธิในการเข้าประชุม โดยจัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วันก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อให้ผู้ถือหุ้น ได้รับข้อมูลข่าวสารเพื่อการตัดสินใจในการลงมติอย่างเพียงพอ ถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส พร้อมทั้งประกาศลงในหนังสือพิมพ์ฉบับภาษาไทยเป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน ก่อนวันประชุมอย่างน้อย 3 วัน นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นยังสามารถเข้าดูข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับระเบียบวาระการประชุมของแต่ละครั้งได้ทางเว็บไซต์ของบริษัทที่มีการเผยแพร่ล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 30 วัน เพื่อเป็นการบอกกล่าวการเรียกประชุมสามัญ ผู้ถือหุ้นเป็นการล่วงหน้าสำหรับให้ผู้ถือหุ้นเตรียมตัวมาร่วมประชุมก่อนได้รับเอกสารการประชุมด้วย

    บริษัทฯ ได้ให้สิทธิผู้ถือหุ้นเสนอวาระการประชุมรวมทั้งเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท และในกรณีที่มีการเพิ่มวาระการประชุมจะมีการแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบ ในกรณีจำเป็นรีบด่วนเพื่อรักษาสิทธิหรือประโยชน์ของบริษัทฯ จะส่งหนังสือนัดประชุมไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันประชุม รวมทั้งจะเผยแพร่ข้อมูลประกอบวาระการประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้าไว้ในเว็บไซต์ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเว็บไซต์บริษัท ก่อนจัดส่งเอกสาร

  • วันประชุมผู้ถือหุ้น

    บริษัทฯ จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นในวันประชุมอย่างเท่าเทียมกัน โดยจัดเจ้าหน้าที่ต้อนรับและให้ข้อมูลในการตรวจเอกสารและลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมประชุมอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ได้จัดให้มีสถานที่จัดการประชุมที่มีขนาดเพียงพอรองรับจำนวนผู้ถือหุ้นอยู่ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดใกล้เคียง ก่อนเริ่มประชุมทุกครั้ง ประธานกรรมการจะเป็นผู้ชี้แจง หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมทั้งหมด อาทิ การเปิดประชุม วิธีการลงคะแนนและวิธีการนับคะแนนเสียงของผู้ถือหุ้นที่จะต้องลงมติในแต่ละวาระตามข้อบังคับของบริษัทฯ เป็นต้น ในการนับคะแนนเสียง บริษัทฯจะดำเนินการนับคะแนนเสียงของผู้ถือหุ้นที่ยังไม่ได้ลงคะแนนทุกระเบียบวาระในห้องประชุม และแสดงผลสรุปของคะแนนเสียงทุกระเบียบวาระ อย่างชัดเจนในห้องประชุม ซึ่งบริษัทฯ ได้จัดแยกการลงคะแนนเสียงสำหรับแต่ละเรื่องอย่างชัดเจน เพื่อรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้น

    ในการนับคะแนนเสียง บริษัทฯ จัดให้มีบุคคลภายนอกที่เป็นอิสระเป็นผู้ตรวจนับหรือตรวจสอบคะแนนเสียงในการประชุมสามัญและวิสามัญผู้ถือหุ้น พร้อมเปิดเผยให้ที่ประชุมทราบ และบันทึกไว้ในรายงานการประชุม ในระหว่างการประชุมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถใช้สิทธิในการดูแลรักษาผลประโยชน์ของตน โดยการซักถาม แสดงความเห็น ให้ข้อเสนอ แนะและออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นใช้สิทธิร่วมตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญต่างๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อบริษัทฯ เช่น การแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ การเสนอชื่อบุคคลเพื่อเป็นกรรมการอิสระ การอนุมัติผู้สอบบัญชี การจัดสรรเงินปันผล การลดทุนหรือเพิ่มทุน การกำหนดหรือการแก้ไขข้อบังคับ บริคณห์สนธิ และการอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้สิทธิผู้ถือหุ้นที่มาร่วมประชุม ผู้ถือหุ้นภายหลังเริ่มการประชุมแล้ว มีสิทธิออกเสียงหรือลงคะแนนในระเบียบวาระที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้ลงมติ

    บริษัทฯ ได้ระบุการมีส่วนได้เสียของกรรมการไว้ในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น และในการประชุมผู้ถือหุ้น หากกรรมการท่านใดมีส่วนได้เสียหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณาวาระใด ประธานที่ประชุมจะแจ้งให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบก่อนการพิจารณาวาระ โดยกรรมการท่านที่มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นจะไม่ร่วมประชุมและงดออกเสียงในวาระนั้นๆ นอกจากนี้ ในการประชุม ประธานกรรมการ กรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องมีความรับผิดชอบในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตอบคำถามแก่ผู้ถือหุ้น

  • ภายหลังการประชุมผู้ถือหุ้น

    บริษัทฯ ทำการเปิดเผยผลการลงคะแนนเสียงของแต่ละวาระในการประชุมสามัญและวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันทำการถัดไปบนเว็บไซต์ของบริษัท และจัดทำรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยภายใน 14 วันหลังวันประชุม ตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเผยแพร่บันทึกรายละเอียดการประชุมอย่างครบถ้วนเหมาะสม ประกอบด้วย การบันทึกรายงานการประชุม การออกเสียงและข้อซักถามของผู้ถือหุ้นในแต่ละวาระอย่างละเอียด

หมวดที่ 2 : การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อผู้ถือหุ้นทุกราย โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิเสนอเพิ่มระเบียบวาระการประชุมและเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท อย่างน้อย 90 วันก่อนงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และเผยแพร่หลักเกณฑ์การใช้สิทธิดังกล่าวผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งได้แจ้งให้ทราบถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าจะรับเรื่อง ที่เสนอมานั้นอย่างชัดเจน โดยได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทด้วย

โดยผู้ถือหุ้นมีสิทธิมอบฉันทะให้ผู้อื่นมาประชุมและลงมติแทน มีสิทธิได้รับเอกสารและคำแนะนำในการมอบฉันทะ ผู้รับมอบฉันทะที่ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อยื่นหนังสือมอบฉันทะให้กรรมการในที่ประชุมแล้ว ย่อมมีสิทธิเข้าร่วมประชุมและลงมติเช่นเดียวกับผู้ถือหุ้นทุกประการ ทั้งนี้ บริษัทฯ ทำการเสนอรายชื่อของกรรมการอิสระในหนังสือมอบฉันทะของบริษัทฯ เพื่อให้เป็นทางเลือกของผู้ถือหุ้นมีโอกาสเลือกการมอบฉันทะ แก่กรรมการอิสระคนใดคนหนึ่งและเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นลงทะเบียน และแม้จะพ้นเวลาลงทะเบียนแล้ว ก็ยังเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะร่วมประชุมสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมได้โดยไม่เสียสิทธิ

บริษัทฯ ยังได้จัดทำบัตรลงคะแนนระบบบาร์โค้ดแยกตามเรื่องที่สำคัญๆ ทุกระเบียบวาระเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถลงคะแนนได้ตามที่เห็นสมควร และมีการนำผลคะแนนมารวมคำนวณกับคะแนนเสียงที่ได้ลงไว้ล่วงหน้า ในหนังสือมอบฉันทะ ก่อนที่จะประกาศแจ้งมติของคะแนนเสียงในที่ประชุม และเพื่อความโปร่งใส บริษัทฯ จะจัดเก็บบัตรลงคะแนนจากผู้ถือหุ้นเพื่อการตรวจสอบในภายหลังได้ด้วย

บริษัทฯ มีนโยบายเปิดเผยข้อมูลที่เป็นปัจจุบันผ่านเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบข้อมูลข่าวสารสำคัญของบริษัทฯ ที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงสารสนเทศที่บริษัทเปิดเผยตามข้อกำหนดต่างๆ โดยภายหลังจากการเปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์แล้ว และนำข้อมูลเผยแพร่ในเว็บไซต์ของบริษัททั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีนโยบายให้กรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงมีการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ จะทำการรายงานการถือหลักทรัพย์ให้ที่ประชุมคณะกรรมการรับทราบ พร้อมกับรายงานภายใน 3 วันทำการ ให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ทราบ เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชนต่อไป รวมถึงกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงจะต้องรายงานการมีส่วนได้ส่วนเสียให้ที่ประชุมคณะกรรมการรับทราบ

หมวดที่ 3 : บทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

บริษัทฯ ได้มีการดูแลและคำนึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จึงส่งเสริมให้เกิดการร่วมมือระหว่างบริษัทฯ และผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญ อาทิ ผู้ถือหุ้น ผู้ขายสินค้าและบริการให้กับบริษัท ผู้ซื้อสินค้าจากบริษัทฯ พนักงาน โดยมีแนวทางการปฏิบัติงานอยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์และเป็นธรรมด้วยความโปร่งใส และไม่แสวงหาประโยชน์ส่วนตัวที่ขัดแย้งกับประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนี้

  • ผู้ถือหุ้น

    บริษัทฯ ปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมด้วยสิทธิขั้นพื้นฐาน ยึดมั่นในข้อปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มุ่งมั่นเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นในการดําเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีระบบบัญชี และการเงินที่มีความเชื่อถือได้ และทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ถือหุ้นทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ทั้งสิทธิในการเข้าร่วมประชุมและการออกเสียงลงมติในที่ประชุมผู้ถือหุ้น การมอบฉันทะ การให้ข้อมูลล่วงหน้าในเวลาที่เหมาะสมเพื่อใช้ในการตัดสินใจ สถานที่ประชุม การจัดสรรเวลาให้ควรแก่วาระ การเปิดเผยข้อมูลส่วนได้ส่วนเสียและสิทธิในการแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระในที่ประชุม เป็นต้น นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทจะไม่ดำเนินการใดๆ ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ต่อบริษัทฯ ไม่แสวงหาประโยชน์ให้ตนเองและไม่เปิดเผยข้อมูลลับต่อบุคคลภายนอก

  • ลูกค้า

    บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะจัดหาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ให้ลูกค้าของบริษัทได้รับประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านราคา คุณภาพ และความมั่นใจที่บริษัทจะรักษาข้อมูลของลูกค้าซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งนี้จะมีการตรวจสอบคุณภาพสินค้า การจัดส่งที่ถูกต้องและทันเวลา ปฏิบัติตามสัญญา ข้อตกลง หรือเงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อลูกค้าอย่างโปร่งใสและเท่าเทียมกัน พร้อมกับการเอาใจใส่กับความต้องการในรูปแบบต่างๆ ของลูกค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อย โดยมีหน่วยงานที่ติดต่อกับลูกค้า พร้อมให้คำแนะนำ และรับฟังข้อเสนอแนะหรือข้อคิดเห็นของลูกค้า รวมถึงในเรื่องการรักษาความลับของลูกค้า

    ระเบียบและแนวปฏิบัติมีดังนี้

    • จัดให้มีระบบการดูแล เก็บรักษา ปกป้องและคุ้มครองข้อมูลหรือทรัพย์สินใดๆ ที่ลูกค้ามอบหมายให้อยู่ในความดูแลของบริษัทอย่างรัดกุมและเหมาะสม บริษัทได้ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด ( CCTV) เพื่อบันทึกการทำงานตลอดเวลา โดยพร้อมให้ลูกค้าเข้ามาตรวจสอบระบบการทำงาน
    • ริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า และดำเนินธุรกิจที่ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่ควบคุมด้วยระบบ ISO 9001 ตลอดจนทุ่มเทกำลังความสามารถในการปฏิบัติงาน
    • ใช้ความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ ความระมัดระวังและเอาใจใส่ ในผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพแก่ลูกค้าเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ
    • ทำการสำรวจความพึงพอใจ เพื่อให้ลูกค้าได้แสดงความคิดเห็นในด้านคุณภาพ การบริการ และความคิดเห็นอื่นๆ ที่มีต่อบริษัท เพื่อที่บริษัทได้นำไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เกิดความพึงพอใจสูงสุดต่อลูกค้าบริษัท
    • จัดเก็บรักษา และดูแลข้อมูลอันเป็นความลับของลูกค้าอย่างรัดกุมเหมาะสม และจะไม่เปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับนั้นแก่บุคคลอื่น เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากลูกค้าหรือเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย
    • จัดตั้งทีมงานเพื่อเป็นผู้รับผิดชอบในการรับข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะต่างๆ จากลูกค้า ในการนำมาปรับปรุงให้เกิดประสิทธิผลในการทำงานดียิ่งขึ้น
    • ไม่เรียก ร้องขอ หรือรับเงิน ของขวัญ หรือรางวัล หรือสิ่งตอบแทนอื่นใดจากลูกค้าหรือบุคคลอื่น เว้นแต่เป็นการรับอันเนื่องจากการให้ตามประเพณีนิยม
    • ยึดถือและดำรงความซื่อสัตย์สุจริตเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ
    • ปฏิบัติตามมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทอันเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป
    • ดำเนินธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมายและข้อกำหนดของทางการ และจะไม่ให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริม หรือสนับสนุนกิจกรรมและธุรกรรมใดๆ ที่มิชอบด้วยกฎหมาย
    • สื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง

  • พนักงาน

    บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคลทั้งในด้านสวัสดิการ ความปลอดภัย และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยบริษัทฯ ดำเนินการ และดูแลภายใต้นโยบายความปลอดภัย อาชีวะอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน บริษัทฯ มีการจ่ายผลตอบแทนให้แก่พนักงานอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับการจ่ายผลตอบแทนของอุตสาหกรรมเดียวกัน ตลอดจนจัดให้มีสวัสดิการต่างๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โครงการร่วมลงทุน ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง (EJIP) มีนโยบายตรวจสุขภาพให้แก่พนักงานทุกท่าน ส่งเสริมการใช้ผ้าปิดจมูก และเครื่องป้องกันเสียงในกรณีที่พนักงาน ต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเกิดฝุ่นและเครื่องจักรที่มีเสียงดัง ในแต่ละปี บริษัทฯ จะจัดให้มีการตรวจสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น การตรวจแสงสว่างในที่ทำงาน การตรวจปริมาณฝุ่นและความดังของเสียงภายในอาคารโรงงาน การตรวจคุณภาพน้ำดื่ม เป็นต้น

    การส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงาน บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นให้พนักงานทุกคนมีความภูมิใจและเชื่อมั่นในองค์กร โดยการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กร ในโครงการ T.K.S. SMART เป็นการเสริมสร้างให้พนักงานบริษัท ทำงานเป็นทีม เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ บริการด้วยใจ เสริมสร้างจิตสำนึก คุณธรรมนำใจ พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง เคารพต่อกัน ยอมรับในกติกา และพร้อมที่จะไปให้ถึงจุดหมายเดียวกัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ดำเนินการพัฒนาพนักงานทุกระดับ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถสำหรับรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยจัดให้มีการฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมเพิ่มพูนความรู้ความสามารถในเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับพนักงานแต่ละแผนก จัดให้อยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลและให้เหมาะสมกับผลการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละคนในแต่ละระดับ พร้อมกับมีการถ่ายทอดความรู้ให้กับพนักงานในแผนกนั้นๆ

    การเปิดรับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของพนักงาน บริษัทฯ ได้จัดให้มีการประชุมสามัญและวิสามัญประจำปีอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อให้พนักงานได้รับฟังนโยบาย และผลการดำเนินงานของบริษัทฯ นอกจากนั้นยังเปิดโอกาสให้ซักถามและเสนอแนะข้อคิดเห็นต่างๆ ต่อผู้บริหาร นอกจากนั้นบริษัทฯ จัดเตรียมกล่องรับความคิดเห็น ข้อร้องเรียนต่างๆ ไว้ โดยกรรมการผู้จัดการจะเข้ามาเปิดกล่องรับความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว

    สำหรับพนักงานใหม่ บริษัทฯ ได้จัดปฐมนิเทศในวันแรกที่เริ่มทำงาน เพื่อให้พนักงานใหม่ได้รับทราบนโยบาย ข้อบังคับ กฎ ระเบียบ โครงสร้างธุรกิจของบริษัท วัฒนธรรมขององค์กรในเบื้องต้น สวัสดิการและผลประโยชน์ต่างๆ ของบริษัทฯ และภายในระยะเวลา 1 ปี บริษัทฯ จะมีการจัดกิจกรรมปฐมนิเทศให้กับพนักงานใหม่ เพื่อให้ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงาน รุ่นพี่พนักงาน และผู้บริหาร อันเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนในบริษัท ความผูกพันกับองค์กร รวมถึง การเรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นทีม

  • สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

    บริษัทฯ มีระบบควบคุมคุณภาพ (ISO 14001) ที่ใช้ควบคุมดูแลสิ่งแวดล้อม ทำให้มั่นใจได้ว่า ชุมชนที่อยู่ในบริเวณใกล้บริษัทฯ จะได้รับความปลอดภัยในเรื่องของมลภาวะที่เป็นพิษ พร้อมทั้งได้จัดกิจกรรมร่วมกับชุมชนบริเวณใกล้เคียงเพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เช่น ตรวจสุขภาพผู้สูงอายุบริเวณใกล้เคียงฟรี ให้ทุนการศึกษากับนักเรียนในโรงเรียนใกล้เคียง เป็นต้น

  • เจ้าหนี้

    บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อกำหนดของสัญญาอย่างเคร่งครัด ในการกู้ยืมเงินตามข้อตกลง ทั้งในการชำระคืนหนี้ เงินกู้ยืม ดอกเบี้ย พร้อมทั้งจะปฏิบัติตามเงื่อนไขในการกู้ยืมเงินตามข้อตกลง และมีหน้าที่ที่พึงมีต่อเจ้าหนี้ทางการค้า ไม่เคยมีการปฏิบัติใดที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขที่ตกลง ปกปิดข้อมูล หรือข้อเท็จจริงอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าหนี้ ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เจ้าหนี้มาโดยตลอด นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้มีกิจกรรมร่วมกันกับเจ้าหนี้การค้าในการแลกเปลี่ยนความรู้ การจัดงานสัมมนาร่วมกันตามโอกาส

  • คู่ค้า

    บริษัทฯ คำนึงถึงความสำคัญกับคู่ค้า มีการซื้อสินค้าและบริการจากคู่ค้าเป็นไปตามเงื่อนไขทางการค้า รวมถึงปฏิบัติตามกฏหมาย กติกา และสัญญาต่อคู่ค้าอย่างยุติธรรม โปร่งใส และให้ความสำคัญในเรื่องของการชำระค่าสินค้าตามกำหนดเวลา ทั้งนี้ บริษัทมีระบบการคัดเลือกคู่ค้าที่มีความน่าเชื่อถือ มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพมาตรฐานตามที่กำหนด

    แนวทางปฏิบัติมีดังนี้

    • ไม่เรียกร้อง ไม่รับ ไม่จ่ายผลประโยชน์ใดๆ ทางการค้ากับคู่ค้าโดยไม่สุจริต และปฎิบัติตามสัญญา ข้อตกลงและเงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อค้าอย่างเคร่งครัด ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ จะรีบแจ้งให้คู่ค้าทราบล่วงหน้า เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยหลักแห่งความสมเหตุสมผล
    • ควบคุมดูแล หรือป้องกันในกรณีที่เกิดหรืออาจเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างเหมาะสม และจะไม่แสวงหาประโยชน์ใด ๆ ที่มิชอบด้วยกฎหมาย หรือขัดต่อข้อกำหนดของทางราชการ
    • ไม่ดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้บริหาร พนักงานใช้ทรัพยากรและทรัพย์สินของบริษัทอย่างมีประสิทธฺภาพ ใช้สินค้าและบริการที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง และไม่สนับสนุนการใช้สินค้าหรือบริการที่เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
    • ปฎิบัติตามเงือนไขข้อตกลงทางการค้าอย่างเคร่งครัด เพื่อยังผลให้เกิดการค้าที่มีมาตรฐานทั้งกับคู่ค้าในประเทศปละต่างประเทศ

    เกณฑ์การคัดเลือกและประเมินคู่ค้าของบริษัทฯ มีดังนี้

    • คุณภาพของสินค้าและการให้บริการ
    • คุณสมบัติของสินค้าที่ต้องตรงตามความต้องการ และสามารถให้นำมาทดลองตรวจสอบก่อนได้
    • ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์
    • สถานภาพทางการเงิน
    • ความมีชื่อเสียงทางธุรกิจ
    • ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีหลักกำกับกิจการที่ดี
    • ความเสี่ยงจากการให้บริการลูกค้าหลายราย

  • คู่แข่ง

    บริษัทฯ ยึดถือการปฏิบัติ ตามจริยธรรมและจรรยาบรรณว่าด้วยความสัมพันธ์กับคู่แข่งทางการค้าของบริษัทฯ โดยปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า ให้สอดคล้องกับหลักสากลภายใต้กรอบแห่งกฎหมาย เกี่ยวกับหลักปฏิบัติการแข่งขันทางการค้า และยึดถือกติกาของการแข่งขันที่ดีอย่างเสมอภาคกัน ไม่บิดเบือนข้อมูล หลอกลวง หรือใช้วิธีอื่นใดที่ไม่ถูกต้องตามครรลองของการแข่งขันที่ดี ไม่พยายามทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้าด้วยการกล่าวหา ให้ร้ายป้ายสี กล่าวหาโดยปราศจากความจริง หรือมีการกระทำการใด ๆ ที่ไม่เป็นธรรมต่อการแข่งขัน ไม่แสวงหาข้อมูล ที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีการที่ไม่สุจริต หรือไม่เหมาะสม ไม่กีดกันผู้อื่นในการเข้าร่วมการแข่งขันทางธุรกิจ

  • รัฐบาล

    บริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมือในฐานะพลเมืองที่ดี โดยการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด

  • ทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์

    บริษัทฯ มีนโยบายที่จะปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ รวมถึง ไม่สนับสนุนให้พนักงานกระทำการอันเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามจริยธรรมและจรรยาบรรณว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของบริษัทฯ

  • การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น

    บริษัทฯ มีนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ บริษัทฯ ดำเนินกิจการโดยใช้กลยุทธ์ในการแข่งขันทางธุรกิจอย่างเป็นธรรม โปร่งใส ยึดมั่นในคุณภาพที่ดีของสินค้า และบริการเป็นสำคัญ พร้อมทั้งปฏิบัติตนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการคอร์รัปชั่นกับทุกกิจกรรมทางธุรกิจ และเพื่อให้การตัดสินใจและการดำเนินการทางธุรกิจ ที่อาจมีความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชั่นได้รับการพิจารณาและปฏิบัติอย่างรอบคอบ

หมวดที่ 4 : การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารต่างๆ ทั้งข้อมูลทางการเงินและสารสนเทศอื่นที่ไม่ใช่ข้อมูลทางการเงินต่อสาธารณะ โดยสารสนเทศที่สำคัญของบริษัทฯ ประกอบด้วย ข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่ไม่ใช่ทางการเงิน ในปี 2558 การเปิดเผยข้อมูลทางการเงินโดยเฉพาะในส่วนของงบการเงินนั้น ได้ผ่านการสอบทาน/ตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี ว่าถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ/คณะกรรมการบริษัท ก่อนเปิดเผยแก่ผู้ถือหุ้น โดยคณะกรรมการ บริษัทรายงานความรับผิดชอบต่อรายงานทางการเงินในรายงานประจำปีด้วย และเปิดเผยรายละเอียดค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัทไว้ในหัวข้อ “โครงสร้างการจัดการ”

สำหรับการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ใช่ทางการเงินนั้น บริษัทฯ ได้เปิดเผยข้อมูลตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ซึ่งรวมถึงรายการระหว่างกัน บทวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการด้วย ผ่านทางเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ www.set.or.th และเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ www.sec.or.th ตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์กำหนดไว้ เว็บไซต์ของบริษัทฯ ที่ www.tks.co.th โดยมีการปรับปรุงข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถรับข้อมูลข่าวสารได้ทันต่อเหตุการณ์ เข้าถึงได้สะดวก และได้รับประโยชน์สูงสุด รวมถึงหากมีข้อสงสัยเพื่อซักถาม สามารถติดต่อได้ที่แผนกนักลงทุนสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร เบอร์โทรศัพท์ 02-784-5888 ต่อ 5210 อีเมล์ anuthep@tks.co.th เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับข้อมูลสารสนเทศอย่างเท่าเทียมกัน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในด้านความสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุนทั่วไป และนักวิเคราะห์ บริษัทฯ จึงกำหนดให้การเผยแพร่ข้อมูลของบริษัทฯ แก่นักลงทุน ทั้งที่เป็นผู้ถือหุ้นและผู้ที่สนใจจะถือหุ้นในอนาคต ทั้งนี้ ปี 2558 ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ รวมถึงส่วนงานนักลงทุนสัมพันธ์ได้ให้ข้อมูล และแจ้งสารสนเทศของบริษัทต่อสื่อมวลชน นักผู้ถือหุ้น นักลงทุนและนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ สรุปเป็นจำนวนครั้ง/ปีได้ดังนี้

  • Opportunity Day จำนวน 4 ครั้ง
  • Analyst Meeting จำนวน 5 ครั้ง
  • Company visit จำนวน 2 ครั้ง
หมวดที่ 5 : ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

1. โครงสร้างคณะกรรมการ

การเลือกตั้งกรรมการของบริษัทเป็นไปตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ตามหลักเกณฑ์ วิธีการตามกฎหมาย และข้อบังคับของบริษัทฯ โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 คณะกรรมการบริษัทมีจำนวนทั้งสิ้น 8 ท่าน ประกอบด้วย

  • กรรมการที่เป็นผู้บริหาร จำนวน 3 ท่าน
  • กรรมการที่เป็นอิสระ จำนวน 5 ท่าน

กรรมการอิสระมีความเป็นอิสระจากฝ่ายบริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท เป็นผู้ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ ในลักษณะที่จะทำให้มีข้อจำกัดในการแสดงความเห็นที่เป็นอิสระ และมีคุณสมบัติตามคำนิยามของกรรมการอิสระ ดังที่ได้กล่าวในหัวข้อ กรรมการอิสระ

วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท

กรรมการบริษัท ดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี และเมื่อครบกำหนดออกตามวาระ อาจได้รับพิจารณาเลือกตั้งให้ เป็นกรรมการบริษัทต่อไปได้

ในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการบริษัทออกจากตำแหน่งจำนวน 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการในขณะนั้น ถ้าจำนวนกรรมการ จะแบ่งออกให้ตรงเป็น 3 ส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วน 1 ใน 3

กรณีกรรมการบริษัท พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่น นอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนพิจารณา คัดเลือกบุคคลเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณา โดยบุคคลดังกล่าวจะอยู่ในตำแหน่งกรรมการได้เท่าวาระที่ยังคงเหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน

การดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นและบริษัทจดทะเบียน

เพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายในการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่น และบริษัทจดทะเบียน โดยให้กรรมการของบริษัทแต่ละท่านดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นอีกได้ไม่เกิน 5 บริษัท ในขณะเดียวกัน

กรณีกรรมการบริษัทท่านใด มีการไปดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทอื่น กรรมการท่านนั้นจะต้องรายงานข้อมูลการดำรงตำแหน่งให้บริษัทฯ ทราบ โดยเป็นเรื่องหนึ่งของการมีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งต้องรายงานตามที่กำหนดไว้ในหมวด 4 การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

การดำรงตำแหน่งของผู้บริหารในบริษัทจดทะเบียนอื่น

คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดนโยบายในการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นของผู้บริหารระดับสูง ตั้งแต่ระดับผู้จัดการฝ่ายขึ้นไป โดยกำหนดให้ก่อนที่ผู้บริหารท่านใดจะไปดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่น นอกเหนือจากที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทฯ จะต้องรายงานข้อมูลการดำรงตำแหน่งต่อบริษัทตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ต้องไม่เป็นกรรมการในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจสภาพอย่างเดียวกันกับบริษัทฯ หรือเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัทฯ

นโยบายความหลากหลายในโครงสร้างของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทกำหนดโครงสร้างของคณะกรรมการให้ประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติหลากหลาย ทั้งในด้านทักษะ ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย ความสามารถเฉพาะด้านที่เป็นประโยชน์กับบริษัท มีความเข้าใจในธุรกิจของกลุ่มธุรกิจของบริษัท เพศ และควรมีกรรมการที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารอย่างน้อย 1 คนที่มีประสบการณ์ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมหลักที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่


2. คณะกรรมการชุดย่อย

คณะกรรมการบริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อย 4 คณะ เพื่อช่วยติดตามและการกำกับดูแลการดำเนินงานให้ใกล้ชิดมากขึ้น และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน และคณะกรรมการพิจารณาความเสี่ยง และคณะกรรมการธรรมาภิบาล โดยคณะกรรมการได้กำหนดอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละชุดไว้อย่างชัดเจน


3. ความเป็นอิสระจากฝ่ายจัดการของคณะกรรมการ

  • การแยกตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ

    คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นโดยรวม ดังนั้น เพื่อให้เกิดความสมดุลในอำนาจการดำเนินงาน บริษัทฯ ได้แยกตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท และกรรมการผู้จัดการ มิให้เป็นบุคคลคนเดียวกัน โดยประธานกรรมการของบริษัทเป็นกรรมการอิสระซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กฎหมาย และบริษัทฯ กำหนดและไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับฝ่ายบริหาร

  • การถ่วงดุลของกรรมการ

    บริษัทฯ มีกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ใน 3ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และกรรมการไม่น้อยกว่า 3 คน ที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายและบริษัทฯ กำหนด โดยมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลกิจการด้วยความเป็นอิสระและเป็นกลาง เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัทฯ


4. บทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการ

  • ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตาม กฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับบริษัทฯ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ เว้นแต่ในเรื่องที่ต้องได้รีบอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อนการดำเนินการ เช่น เรื่องที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น การทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน และการได้มา หรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือตามที่หน่วยงานอื่นๆ ที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลกำหนด
  • พิจารณาอนุมัตินโยบายทางธุรกิจ วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมายแผนการดำเนินงาน กลยุทธ์ทางธุรกิจและงบประมาณประจำปีของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งรวมถึงการทบทวนนโยบายอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง รวมทั้งการประเมินผลการปฏิบัติ และติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อนำมาพิจารณาปรับปรุงให้เหมาะสม
  • พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด และกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงประกาศ ข้อบังคับ และ/หรือระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ
  • พิจารณาเสนอชื่อกรรมการอิสระ โดยพิจารณาจากคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการอิสระตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน รวมถึงประกาศ ข้อบังคับ และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้พิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระของบริษัทฯ ต่อไป
  • พิจารณาคณะกรรมการตรวจสอบ ที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน รวมถึงประกาศ ข้อบังคับ และ/หรือระเบียบของตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง เพื่อช่วยปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมาย
  • พิจารณากำหนดและแก้ไขเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทฯ ได้
  • แต่งตั้งบุคคลอื่นใดให้ดำเนินกิจการของบริษัทฯ ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการบริษัทฯ หรืออาจมอบอำนาจเพื่อให้บุคคลดังกล่าวมีอำนาจ และ/หรือภายในเวลาตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ เห็นสมควร ซึ่งคณะกรรมการบริษัทฯ อาจยกเลิก เพิกถอน เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอำนาจนั้นๆ ได้
  • พิจารณาอนุมัติการทำรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เว้นแต่รายการดังกล่าวจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ในการพิจารณาอนุมัติดังกล่าวจะเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน และ/ หรือ ประกาศ ข้อบังคับ และ/หรือ ระเบียบที่เกี่ยวข้องของตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • พิจารณาอนุมัติการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน เว้นแต่รายการดังกล่าวจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ในการพิจารณาอนุมัติดังกล่าวจะเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน และ/หรือ ประกาศ ข้อบังคับ และ/ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องของตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้น เมื่อเห็นว่าบริษัทฯ มีกำไรพอสมควรที่จะทำเช่นนั้น และรายงานการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมผู้ถือหุ้นคราวต่อไป

5. นโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์

บริษัทฯ มีนโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้น โดยกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานทุกคน รวมถึงพนักงานของบริษัทย่อย และบริษัทร่วม ต้องหลีกเลี่ยงการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวใดๆ ที่จะมีผลเสียต่อการปฏิบัติหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของบริษัท ฯ หรือทำให้ยากต่อการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ ไม่สนับสนุนให้กรรมการ ผู้บริหาร และ พนักงานบริษัท ทำรายการที่เกี่ยวโยงกันที่นำไปสู่ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ แต่หากเกิดกรณีที่เข้าข่ายรายการที่เกี่ยวโยงกัน ต้องได้รับการพิจารณาอย่างเหมาะสม โดยคณะกรรมการจะดูแล ให้มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยข้อมูลรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจดทะเบียนอย่างเคร่งครัด และการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่สำคัญของบริษัทฯ รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรฐานบัญชีที่กำหนด โดยสมาคมนักบัญชีโดยเคร่งครัด ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และภายใต้สำนักงาน ก.ล.ต.


6. นโยบายการบริหารและจัดการความเสี่ยง

  • กำหนดให้การบริหารความเสี่ยงเป็นความรับผิดของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานในทุกระดับชั้นที่ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่มีในการปฏิบัติงานในหน่วยงานของตนและองค์กร และต้องให้ความสำคัญ ในการบริหารความเสี่ยงด้านต่างๆ ให้อยู่ในระดับที่เพียงพอและเหมาะสม
  • กำหนดให้ทุกหน่วยธุรกิจของบริษัท ต้องมีกระบวนการบริหารและการจัดการความเสี่ยง กำหนดตัวชี้วัดความเสี่ยง แนวทางการป้องกันและบรรเทาความเสี่ยง รวมถึงการประเมินผลและการติดตามอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยต้องมีการปรับปรุงกระบวนการให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้ง พร้อมทั้งจัดทำรายงานที่เกี่ยวกับความเสี่ยงตามกรอบการดำเนินงานและขั้นตอนการบริหารความเสี่ยง
  • กำหนดให้การประเมินความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานประจำปีของทุกฝ่าย โดยพิจารณาความเสี่ยงทั้งหมดครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร โดยคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกองค์กร รวมทั้งกำหนด ให้มีการจัดการความเสี่ยงและสร้างสัญญาณเตือนภัยที่เหมาะสม
  • คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง มีหน้าที่ติดตามการบริหารความเสี่ยงและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัท
  • สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดความเข้าใจร่วมกันและมีจิตสำนึกในเรื่องความเสี่ยง เพื่อเป็นการปลูกฝังสร้างนิสัยให้บุคลากรทุกระดับได้ตระหนักถึงความสำคัญและความมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการดำเนินการด้านบริหารความเสี่ยงขององค์กร

7. การประชุมคณะกรรมการบริษัท

บริษัทฯ ได้แจ้งกำหนดการประชุมคณะกรรมการให้กรรมการได้รับทราบล่วงหน้าทุกปี และแจ้งให้คณะกรรมการแต่ละท่านทราบ โดยในการประชุมคณะกรรมการมีกำหนดประชุมประจำไตรมาส และอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจำเป็น โดยต้องมีการประชุมอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง โดยเลขานุการบริษัทฯ ได้จัดส่งกำหนดการประชุมเป็นการล่วงหน้า และแจ้งให้กรรมการแต่ละท่าน ทราบกำหนดการดังกล่าว เพื่อให้กรรมการสามารถจัดสรรเวลาเข้าร่วมประชุมได้ ซึ่งในหนังสือเชิญประชุมมีการกำหนดวาระที่ชัดเจน และมีวาระพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานเป็นประจำ ทั้งนี้หนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระการประชุมและเอกสารการประชุม จัดส่งให้กรรมการไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วนเพื่อรักษาสิทธิหรือประโยชน์ของบริษัทฯ นอกจากนั้นหากกรรมการท่านใดประสงค์ที่จะเสนอเรื่องเข้าสู่วาระการประชุมก็สามารถกระทำได้โดยการแจ้งล่วงหน้าก่อนวันประชุมเพื่อพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุม หรือเสนอเพิ่มเติมในที่ประชุมในวาระอื่นๆ ทั้งนี้ จะมีการเปิดเผยจำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าประชุมในหัวข้อโครงสร้างการจัดการ


8. การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท

บริษัทฯ ได้กำหนดไว้ในการกำกับดูแลกิจการที่ดี ให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท ประธานกรรมการ กรรมการผู้จัดการและคณะกรรมการเฉพาะเรื่องเป็นประจำทุกปี โดยคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้กำหนดแบบประเมิน และพิจารณากลั่นกรองก่อนเสนอคณะกรรมการบริษัทอนุมัติด้วย ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นกรอบในการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ และเพื่อพิจารณาทบทวนผลงาน ปัญหา และอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา ขั้นตอนการประเมินผลมีดังนี้

  • การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการทั้งคณะ โดยประเมินในด้านต่างๆ คือ

    • โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ
    • บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
    • การประชุมคณะกรรมการ
    • การทำหน้าที่ของกรรมการ
    • ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ
    • การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร

  • การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการรายบุคคล โดยประเมินในด้านต่างๆ คือ

    • ความพร้อมของกรรมการ
    • การกำหนดกลยุทธ์ และวางแผนธุรกิจ
    • การจัดการความเสี่ยงและการควบคุมภายใน
    • การดูแลไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    • การติดตามรายงานทางการเงินและการดำเนินงาน
    • การประชุมคณะกรรมการ
    • อื่นๆ

9. การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย

คณะกรรมการบริษัท จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีของคณะกรรมการชุดย่อย อาทิ คณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อใช้เป็นกรอบในการตรวจสอบการปฏิบัติงานในระหว่างปีที่ผ่านมา เพื่อสามารถนำมาแก้ไขและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยนำเสนอผลการประเมินที่ได้ต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณารับทราบ


10. ค่าตอบแทน

บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายค่าตอบแทนกรรมการ และกรรมการผู้จัดการไว้อย่างชัดเจน โดยมีคณะกรรมการสรรหา และพิจารณาค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณากลั่นกรอง ซึ่งค่าตอบแทนของบริษัทฯ จะอยู่ในระดับเดียวกับอุตสาหกรรมเดียวกัน ซึ่งได้เปิดเผยจำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าประชุมภายในหัวข้อ “โครงสร้างการจัดการ”


11. การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร

กรรมการ ผู้บริหารระดับสูง และเลขานุการบริษัทที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่แต่ละท่านจะได้รับทราบข้อมูลทั่วไปและข้อมูลการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ กฎระเบียบ และข้อปฏิบัติสำหรับการเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทอย่างเพียงพอเพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ซื่อสัตย์สุจริต ระมัดระวัง และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นโดยรวม

คณะกรรมการ และผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญในการเข้าร่วมอบรมหรือสัมมนาในหลักสูตรต่างๆ หรือพัฒนาความรู้ความสามารถ โดยกรรมการบริษัทได้ผ่านการอบรมหลักสูตรกับสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ได้แก่ หลักสูตร Director Certification program (DCP) หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) หลักสูตร The Role of the Chairman program (RCP) หลักสูตร Role of the Compensation Committee program (RCC) หลักสูตร Financial for Non-Finance Director program (FN) หลักสูตร Financial Institutions Governance program (FGP)


12. การปฐมนิเทศกรรมการใหม่

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการใหม่ โดยกำหนดให้มีการปฐมนิเทศกรรมการใหม่ทุกคน เพื่อให้กรรมการใหม่รับทราบ ความคาดหวังของบริษัทต่อบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบของกรรมการ แนวทางการดำเนินงานในภาพรวมของบริษัท โครงสร้างบริษัทย่อย บริษัทร่วม และแนวปฏิบัติในการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจในธุรกิจ และการดำเนินงานด้านต่างๆ ของบริษัทเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ

ผู้บริหารระดับสูงจะบรรยายข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับบริษัท รวมทั้งมอบคู่มือกรรมการ และจริยธรรมทางธุรกิจของกรรมการและพนักงานบริษัท บริษัทฯ มีนโยบายที่จะส่งเสริมให้กรรมการเข้ารับการอบรม เพื่อเพิ่มพูนความเข้าใจในบทบาทและภารกิจ ภายใต้แผนงานการรณรงค์การกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยกรรมการสามารถเข้ารับการอบรมที่สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด


13. การติดต่อสื่อสารกับฝ่ายบริหาร

กรรมการสามารถเข้าถึงและติดต่อสื่อสารกับฝ่ายบริหารและเลขานุการบริษัทได้โดยตรงตามความเหมาะสม แต่การเข้าถึงและติดต่อสื่อสารนั้นต้องไม่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงต่อการดำเนินธุรกิจปกติของบริษัท

เกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ

อื่นๆ